เมื่อวานได้เสนอภาพยนตร์ไทยที่สร้างจากคดีสะเทือนขวัญมาแล้ว วันนี้เรามาพบกับภาพยนตร์ต่างประเทศบ้างซึ่งสร้างจากเรื่องจริงเช่นแนวผีสยองขวัญหรือแนวคดีฆาตกรรมกันบ้าง ส่วนเรื่องที่จะกล่าวถึงมีอะไรบ้าง เชิญอ่านได้เลย!
Psycho (1960)
ภาพขวามือ: เอ็ดเวิร์ด เกน ตัวจริง
เรื่องราวในภาพยนตร์: เรื่องราวของเจ้าของโรงแรมนาม นอร์แมน เบตส์ ผู้มีอาการทางจิต เห็นภาพหลอนว่ามารดาตนเองที่ตายไปแล้ว ซึ่งเขาเก็บศพของหล่อนไว้ในห้องใต้ดินนั้น และต้องการจะฆ่าแขกที่มาพัก จากนั้นเขาก็เริ่มกลายเป็นคน 2 บุคลิก และแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของมารดาตอนที่ลงมือฆาตกรรม
เรื่องจริง: ตัวละคร นอร์แมน เบตส์ ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอ็ดเวิร์ด เกน ชายชาววิสคอนซิน ที่ถูกจับกุมตัวในปี 1957 ในข้อหาฆาตกรรมหญิงสาว 2 ราย และข้อหาขุดศพของผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้หญิงเหล่านั้นล้วนมีลักษณะคล้ายมารดาของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาถลกหนังศพออกมาทำเป็นโคมไฟ ถุงเท้า และทำเป็น "ชุดผู้หญิง" เพื่อเวลาสวมใส่แล้วจะได้กลายเป็นผู้หญิง
โดยเอ็ดเวิร์ด เกน ถูกลงความเห็นว่าวิกลจริตและถูกส่งตัวไปอยู่ในสถาบันจิตเวชจนตลอดชีวิต
The Exorcist (1973)
ภาพขวามือ: บ้านในเซนต์หลุยส์ที่ประกอบพิธีไล่ผี
เรื่องราวในภาพยนตร์: เมื่อบาทหลวง 2 รูปได้พยายามทำพิธีไล่ปีศาจซึ่งสิงอยู่ในร่างของเด็กหญิงวัย 12 ปี โดยทั้งหมดอาศัยอยู่ที่เมืองจอร์จทาวน์ใกล้ๆ กับวอชิงตัน ดีซี
เรื่องจริง: วิลเลียม ปีเตอร์ แบลทตี้ ผู้เขียนบทภาพยนตร์และผู้เขียนนวนิยายเรื่อง The Exorcist ได้แรงบันดาลใจมาจากบทความชิ้นหนึ่งที่เขาได้อ่านตั้งแต่สมัยที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ บทความนั้นเกี่ยวกับพิธีไล่ปีศาจในร่างของเด็กชายอายุ 13 ปี ในเมืองเมาท์ เรเนียร์ รัฐแมรี่แลนด์ ในปี 1949
แต่เรื่องราวในบทความนั้นค่อนข้างจะสับสนอยู่มาก ซึ่งอาจจะเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของครอบครัวเด็กชายผู้นั้น แต่ที่แน่ชัดก็คือบ้านของเด็กชายอยู่ในเมืองคอทเทจซิตี้ รัฐแมรีแลนด์ ส่วนพิธีกรรมได้จัดขึ้นในเซนต์หลุยส์ ซึ่งตามหลักฐานแล้วพฤติกรรมของเด็กชายไม่ได้รุนแรงและเหนือธรรมชาติมากมายแบบที่ปรากฏในภาพยนตร์
Jaws (1975)
ภาพขวามือ: ฉลามขาวแห่งชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์
เรื่องราวในภาพยนตร์: เมื่อฉลามขาวความยาว 25 ฟุต บุกเข้าทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้คนต้องอกสั่นขวัญผวา โดยมันนั้นทำร้ายทั้งคนที่ว่ายน้ำและคนที่ล่องเรือเป็นเวลาหลายวันในช่วงฤดูร้อน
เรื่องจริง: ปีเตอร์ เบนช์ลีย์ นักเขียนนวนิยายและผู้เขียนบทภาพยนตร์ ได้นำเค้าโครงเรื่องมาจากเหตุการณ์ปลาฉลามจู่โจมชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์ในปี 1916 ซึ่งในเดือนกรกฎาคมของปีนั้น มีคนถูกฉลามทำร้าย 5 คน โดยเสียชีวิตไป 4 คน ในระยะเวลาเพียง 12 วัน และในวันที่ 14 กรกฎาคมก็สามารถล่าฉลามขาวขนาดความยาว 7 ฟุตได้ เมื่อผ่าท้องมันดูก็พบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์อยู่ภายใน แต่จนทุกวันนี้ก็ยังมีผู้ถกเถียงกันว่าฉลามตัวที่จับได้นั้นเป็นฉลามตัวก่อเหตุจริงหรือไม่ โดยนักวิทยาศาสตร์บางคนโต้แย้งว่า ฉลามตัวที่จู่โจมคร่าชีวิตคนไปนั้นอาจจะเป็นฉลามหัวบาตร แต่ก็ไม่มีรายงานเรื่องฉลามทำร้ายคนอีกหลังจากที่ฉลามขาวตัวนั้นถูกฆ่าไปแล้ว
Audrey Rose (1977)
ภาพขวามือ: แฟรงค์ เดอ เฟลิตต้า
เรื่องราวในภาพยนตร์: จู่ๆ เด็กหญิงคนหนึ่งมีท่าทางผิดแปลกออกไปจากเดิมและมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหตุให้พ่อแม่ของเธอจึงสงสัยว่า มีวิญญาณของเด็กหญิงอีกคนที่มีชื่อว่าออเดรย์ โรส สิงอยู่ในร่างลูกสาวของพวกเขา
เรื่องจริง: แฟรงค์ เดอ เฟลิตต้า ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ และต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นบทภาพยนตร์ โดยแรงบันดาลใจมาจากการที่เรย์มอนด์ ลูกชายอายุ 6 ขวบของเขา ที่สามารถเล่นเปียโนได้อย่างไม่มีที่ติ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนเปียโนมาก่อน
ดังนั้น แฟรงค์ เดอ เฟลิตต้า จึงได้ไปปรึกษาคนทรงชาวลอสแองเจลิสรายหนึ่ง คนทรงบอกกับเขาว่าเรย์มอนด์นั้นได้กลับชาติมาเกิดจึงมีความสามารถในชาติก่อนติดตัวมา และเหตุการณ์นี้ได้ทำให้นักเขียนผู้นี้เชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด
The Hills Have Eyes Part II (1985)
ภาพขวามือ: ภาพเขียนเกี่ยวกับครอบครัวบีน
เรื่องราวในภาพยนตร์: เมื่อมีครอบครัวหนึ่งขับรถผ่านทะเลทรายในแถบตะวันตกเฉียงใต้ และได้ใช้ทางลัดที่นำพวกเขาไปสู่ครอบครัวมนุษย์กินคนที่อาศัยในถ้ำของหุบเขาในแถบนั้น
เรื่องจริง: หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับ อเล็กซานเดอร์ "ซอนี่" บีน ชายชาวสก็อตที่มีชีวิตอยู่ในราวศตวรรษที่ 15 หรือ 16 ว่ากันว่าชายคนนี้ร่วมมือกับสมาชิกในครอบครัวรวม 40 ชีวิต สังหารและกินมนุษย์คนอื่นๆ ไปกว่าหนึ่งพันคน
โดยที่พวกเขาอาศัยอยู่ในถ้ำมามากกว่า 25 ปี ก่อนที่จะถูกจับได้และถูกประหารชีวิต มีทั้งหนังสือและภาพยนตร์มากมายทั่วโลกที่สร้างขึ้นจากชีวิตของเขา แต่นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนในปัจจุบันไม่เชื่อว่าบีนมีตัวตนจริง
The Amityville Horror (1979)
ภาพขวามือ: บ้านของครอบครัวลุตซ์
เรื่องราวในภาพยนตร์: ครอบครัวลุตซ์ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เกิดการฆาตกรรมหมู่เมื่อปีก่อน พวกเขาได้ผจญกับเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดก็ต้องย้ายหนีออกไปหลังจากอยู่ได้เพียง 28 วัน
เรื่องจริง: ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวที่ จอร์จ และ เคธี่ ลุตซ์ ได้พบเจอระหว่างที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เหตุการณ์ที่ว่านี้ก็มีทั้งเสียงไร้ที่มา บริเวณที่อุณหภูมิหนาวเย็นผิดปกติ ภาพปีศาจ ไม้กางเขนกลับหัวได้เอง และกำแพงที่มีเมือกสีเขียวซึมย้อยออกมา
ซึ่งเหตุการณ์เกือบทั้งหมดเหล่านี้ที่ปรากฏทั้งในภาพยนตร์ และในหนังสือทำให้คนที่ตามสืบเรื่องนี้คลางแคลงใจ แต่คนส่วนมากเชื่อกันว่ามันเป็นเรื่องโกหก
The Entity (1982)
ภาพขวามือ: ลูกไฟปริศนาที่บันทึกภาพไว้ได้
เรื่องราวในภาพยนตร์: คาร์ล่า มอแรน แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูก 3 คน ถูกสิ่งลี้ลับบางอย่างทำร้ายร่างกายและข่มขืนเธอหลายต่อหลายครั้ง และเธอได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มนักค้นคว้าเรื่องเหนือธรรมชาติซึ่งขอเข้ามาบันทึกข้อมูลและพยายามจะจับสิ่งลี้ลับนั้นให้ได้
เรื่องจริง: ในปี 1974 เคอรี่ เกย์เนอร์ กับ แบรี่ แทฟฟ์ นักค้นคว้าเรื่องลี้ลับ ได้ทำการสืบคดีของหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า ดอริส บิเธอร์ อาศัยอยู่ในเมืองคัลเวอร์ซิตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย เธออ้างว่าตนเองถูกอะไรบางอย่างทำร้ายและคุกคามทางเพศ
เกย์เนอร์ กับ แทฟฟ์ ซึ่งเข้าไปในบ้านของเธอ ได้เห็นข้าวของในบ้านลอยขึ้นมาได้เอง พวกเขาถ่ายภาพลูกไฟที่ลอยกลางอากาศเอาไว้ได้และได้เห็นร่างบางร่างที่คล้ายมนุษย์ แต่ไม่เคยเห็นว่าร่างนั้นเข้าไปทำร้ายหญิงเจ้าของบ้าน และไม่ได้พยายามจะจับมัน เกย์เนอร์ระบุว่าทุกครั้งที่ดอริสออกนอกบ้านการทำร้ายเหล่านั้นก็จะลดลงไป
Dead Ringers (1988)
เรื่องราวในภาพยนตร์: นรีแพทย์ฝาแฝด เบเวอร์ลี และ เอลเลียต แมนเทิล มีนิสัยชอบใช้ผู้หญิงร่วมกัน แต่แล้วเบเวอร์ลีซึ่งเป็นคนที่ละเอียดอ่อนกว่ากลับตกหลุมรักหญิงสาวรายล่าสุดที่พวกเขาจีบติด
แต่เมื่อเธอรู้ถึงสิ่งที่ฝาแฝดปฏิบัติต่อผู้หญิง เธอก็ตัดสินใจเลิกคบในทันที ทำให้เบเวอร์ลีเสียใจจนหันไปเสพยาและชักจูงน้องชายฝาแฝดให้เสพด้วย
เรื่องจริง: ในเดือนกรกฎาคม ปี 1975 มีผู้พบศพนรีแพทย์ฝาแฝด สจ๊วต และ ซีริล มาร์คัส ในอพาร์ทเม้นท์ของพวกเขา สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องมาจากการเลิกเสพยากดประสาทอย่างกะทันหัน แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุนำพวกเขาไปสู่อาการช็อก
Gothic (1986)
ภาพขวามือ: เพอร์ซี่ เชลลีย์, แมรี่ เชลลีย์ และลอร์ดไบรอน
เรื่องราวในภาพยนตร์: ในปี 1816 กวีเอกลอร์ดไบรอน ได้ไปรวมตัวกับเพื่อนกวีอย่างเพอร์ซี่ เชลลีย์ และแมรี่ ว่าที่ภรรยาของเพอร์ซี่ย์ ร่วมด้วยแคลร์ น้องสาวต่างมารดาของแมรี่ และนายแพทย์จอห์น โพลีดอรี แพทย์ประจำตัวของลอร์ดไบรอน ในคฤหาสน์สวิสของเขา ทั้งหมดผลัดกันเล่าเรื่องผี และได้เผชิญกับสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว
เรื่องจริง: ในคืนที่ฝนตกหนักคืนหนึ่ง ในช่วงฤดูร้อนของปี 1816 เพอร์ซี่ เชลลีย์ กับ แมรี่ ก็อดวิน(ภายหลังได้แต่งงานกับเพอร์ซี่ เชลลีย์) ได้เดินทางไปเยี่ยมลอร์ดไบรอนที่คฤหาสน์สวิส พวกเขาพูดคุยถกประเด็นกันถึงเรื่องวิญญาณ และอ่านเรื่องผีของเยอรมันร่วมกัน
โดยไบรอนได้แนะนำให้เพื่อนทั้งสองลองเขียนเรื่องแนวลี้ลับ ซึ่งทำให้แมรี่แต่งนิยายเรื่องแฟรงเก้นสไตน์ขึ้นมา ขณะที่ตัวไบรอนเองได้เขียนเรื่องขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ซึ่งต่อมานายแพทย์โพลีดอรีนำไปดัดแปลงเป็นนวนิยายขนาดสั้นเรื่อง The Vampire
Henry: Portrait of a Serial Killer (1986)
ภาพขวามือ: เฮนรี่ ลี ลูคัส และโอทิส ทูล
เรื่องราวในภาพยนตร์: เฮนรี่ คือฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมาแล้วนับร้อยๆ คน ซึ่งบางครั้งโอทิส เพื่อนร่วมห้องของเขาก็ร่วมมือด้วย แต่เฮนรี่ก็ได้พบที่พักใจ นั่นคือเบคกี้ น้องสาวของโอทิส
เรื่องจริง: จอห์น แม็คนอตัน ผู้เขียนบทและผู้กำกับได้แรงบันดาลใจมาจาก เฮนรี่ ลี ลูคัส ฆาตกรต่อเนื่องที่มีผู้สมรู้ร่วมคิดนามโอทิส ทูล และเฮนรี่เองก็คบหากับฟรีด้า พาวล์ หลานสาวของโอทิสอยู่ด้วย
แต่เรื่องการฆ่าคนของเฮนรี่ที่นำไปสร้างในภาพยนตร์นั้น มักเอามาจากคำให้การของเฮนรี่มากกว่าตามความเป็นจริง เฮนรี่ยอมสารภาพเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเสนอว่า หากรับสารภาพก็จะมีการลดโทษให้ โดยเขาให้การว่าฆ่าคนไป 600 ราย แต่คำให้การส่วนมากของเขาพบว่าไม่เป็นความจริงอย่างไรก็ตาม เฮนรี่ก็ถูกตัดสินว่าฆาตกรรมเหยื่อ 11 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ฟรีด้า พาวล์ และต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต
The Serpent and the Rainbow (1988)
ภาพขวามือ: หนังสือของเวด เดวิส และภาพแคลร์เวียส นาร์ซิสเซ่
เรื่องราวในภาพยนตร์: เดนนิส อแลน นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกันได้รับการว่าจ้างจากบริษัทยาแห่งหนึ่งให้ไปรับตัวอย่างยาที่ใช้ในพิธีวูดูของชาวเฮติ ยานั้นก็คือผงที่ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตจนเสมือนตาย
เรื่องจริง: ภาพยนตร์เรื่องนี้ขยายเรื่องราวมาจากหนังสือที่เขียนโดย เวด เดวิส นักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดาในปี 1985 มีเนื้อหาเกี่ยวกับประสบการณ์ของเวด ในการสร้างผีดิบในประเทศเฮติ เวดได้ระบุว่า มีสารพิษตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ทำให้คนมีสภาวะเสมือนตายไปแล้วได้ โดยจะมี "ผู้นำ" คอยควบคุมด้วยการสะกดจิต ดังเช่นกรณีของแคลร์เวียส นาร์ซิสเซ่ ผู้ถูกรายงานว่าโดนทำให้กลายเป็นซอมบี้ทาสอยู่ 2 ปีในยุคทศวรรษ 1960
หากแต่เรื่องของเวด เดวิสนี้ยังคงมีผู้ถกเถียงกันอยู่ว่ามันคือเรื่องจริงหรือเปล่า
The Mothman Prophecies (2002)
ภาพขวามือ: สภาพสะพานซิลเวอร์บริดจ์หลังจากเกิดการถล่ม
เรื่องราวในภาพยนตร์: นักข่าว จอห์น ไคลน์ ขับรถหลงทางเข้าไปในเมืองพอยต์ เพลสเซินท์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ที่นั่นเขาได้พบกับสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า "มนุษย์แมลง" (มอธแมน) ซึ่งว่ากันว่าการปรากฏตัวของมันคือลางบอกเหตุร้าย ซึ่งต่อมาสะพานที่ข้ามแม่น้ำโอไฮโอมายังเมืองพอยต์ เพลสเซินท์ ก็พังถล่มลงมา
เรื่องจริง: มีรายงานว่ามีคนพบเห็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่มีปีก หรือที่เรียกกันว่ามนุษย์แมลง ในเมืองพอยต์ เพลสเซินท์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ในช่วงปี 1966-1967 และแล้วในวันที่ 15 ธันวาคม 1967 สะพานซิลเวอร์บริดจ์ที่ข้ามแม่น้ำโอไฮโอเชื่อมระหว่างเมืองพอยต์ เพลสเซินท์กับรัฐโอไฮโอก็ถล่มลงมา คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้ายไป 46 ราย
Open Water (2003)
ภาพขวามือ: ทอม และ ไอลีน โลเนอร์แกน
เรื่องราวในภาพยนตร์: คู่รักแดเนียล กับ ซูซาน เข้าร่วมทริปทัวร์ดำน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์กลับทำผิดพลาดด้วยการพาลูกทัวร์คนอื่นๆ กลับไปยังเรือ โดยลืมแดเนียลกับซูซานไว้ในทะเลที่รายล้อมด้วยฉลาม
เรื่องจริง: ในเดือนมกราคม ปี 1988 สองสามีภรรยา ทอม และไอลีน โลเนอร์แกน หายตัวไปจากบริเวณเกรทแบริเออร์รีฟในประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่บริษัททัวร์ดำน้ำทิ้งพวกเขาไว้ในทะเลโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งกว่าที่บริษัทจะรู้ตัวก็ในอีกสองวันต่อมา เมื่อมีคนพบกระเป๋าที่ใส่กระเป๋าสตางค์กับพาสปอร์ตของทั้งคู่ จากนั้นจึงมีการจัดทีมค้นหา แต่ก็ไม่มีใครพบตัวทั้งสองคนอีก หลายอาทิตย์ต่อมามีผู้พบสัมภาระของพวกเขา แต่ไม่มีร่องรอยใดๆ ที่ชี้ถึงการจู่โจมของฉลามอย่างที่ปรากฏในภาพยนตร์
The Exorcism of Emily Rose (2005)
ภาพขวามือ: แอนน์ลีส มิเชล ก่อนเสียชีวิต
เรื่องราวในภาพยนตร์: บาทหลวงท่านหนึ่งต้องเข้ารับการพิจารณาคดีการเสียชีวิตของเด็กสาวนามเอมิลี่ โรส ซึ่งบาทหลวงผู้นี้ได้ทำพิธีไล่ผีให้กับเธอ
เรื่องจริง: ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก แอนน์ลีส มิเชล เด็กสาวชาวเยอรมันวัย 16 ปี ซึ่งเริ่มมีอาการเหมือนถูกผีเข้าในปี 1968 เด็กสาวต้องทรมานกับการขยับตัวไม่ได้ เธอทำร้ายตัวเอง อดอาหาร และเห็นภาพหลอนของปีศาจอยู่หลายปี จนกระทั่งในปี 1975 บาทหลวง 2 คนก็เข้ามาทำพิธีไล่ผีให้กับเธอติดต่อกันกว่า 10 เดือน ในระหว่างนั้นแอนน์ลีสแทบจะไม่ได้กินอะไรจนเสียชีวิตจากการขาดสารอาหารในเดือนกรกฎาคม 1976
พ่อแม่ของเธอกับบาทหลวงทั้งสองถูกนำตัวไปขึ้นศาล และถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าคนตาย โดยรับโทษจำคุก 6 เดือน
Wolf Creek (2005)
ภาพขวามือ: แบรดลีย์ จอห์น เมอร์ด็อค และอิวาน มิลาท
เรื่องราวในภาพยนตร์: นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ 2 คนกับชายชาวออสเตรเลียอีก 1 คน ได้เดินทางเข้าไปในแถบชนบทของประเทศออสเตรเลียเพื่อจะตั้งแคมป์ในอุทยานแห่งชาติวูล์ฟครีก แต่รถของพวกเขาเสียจึงได้รับความช่วยเหลือจากคนขับรถพ่วง แต่แล้วคนขับรถพ่วงคนนี้กลับจับตัวพวกเขาไปทรมาน
เรื่องจริง: เกร็ก แมคลีน แต่งบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่งขึ้นมา แต่เมื่อเขาได้ทราบเรื่องจริงของ 2 ฆาตกรชาวออสเตรเลีย แบรดลีย์ และ จอห์น เมอร์ด็อค ผู้สังหารนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษคนหนึ่งและพยายามจะลักพาตัวนักท่องเที่ยวอีกคนในเดือนกรกฎาคม ปี 2001 กับ อิวาน มิลาท ที่รับนักโบกรถให้ขึ้นรถของเขาแล้วจับนักโบกเหล่านั้นไปทรมานในป่าแล้วจึงฆ่าทิ้งในช่วงทศวรรษที่ 90s เกร็ก แมคลีน ก็เปลี่ยนบทภาพยนตร์เรื่องนั้นเพื่อให้สะท้อนถึงคดีนี้ ทั้งนี้เมอร์ด็อคและมิลาทถูกจับกุมตัวและรับโทษจำคุกตลอดชีวิต
An American Haunting (2005)
ภาพขวามือ: บ้านของจอห์น เบลล์
เรื่องราวในภาพยนตร์: ในศตวรรษที่ 19 จอห์น เบลล์ เจ้าของฟาร์มกับภรรยาและลูกๆ ต้องทนทุกข์กับสิ่งลี้ลับบางอย่างที่มองไม่เห็นตัว และมันกำลังหมายตาเบตซี่ ลูกสาวของเขาอยู่
เรื่องจริง: ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเค้าโครงเรื่องมาจากตำนานแม่มดเบลล์ อันเป็นเรื่องเล่าขานที่มีต้นกำเนิดในรัฐเทนเนสซี่ในราวทศวรรษ 1800s ตามตำนานนั้น จอห์น เบลล์ เสียชีวิตด้วยการดื่มยาพิษเข้าไป ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผีร้ายที่ต่อมาเรียกกันว่าแม่มดเบลล์
และก็ยังมีหลายคนเชื่อว่าคดีของ จอห์น เบลล์ นั้น รัฐเทนเนสซี่ รับรองให้เป็นคดีเดียวในประวัติศาสตร์ที่มีฆาตกรเป็นภูตผี ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่มีหลักฐานยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าวแต่อย่างใด
Primeval (2007)
ภาพขวามือ: เจ้ากุสตาฟ
เรื่องราวในภาพยนตร์: ทีมนักข่าวชาวอเมริกันเดินทางเข้าประเทศบุรุนดี เพื่อถ่ายทำสารคดีเรื่องการจับตัวจระเข้กินคน ซึ่งมีขนาดความยาวถึง 30 ฟุตและฆ่าคนไปแล้วมากกว่า 300 คน
เรื่องจริง: ตัวหนังนั้นสร้างมาจากเรื่องของเจ้ากุสตาฟ จระเข้ความยาว 20 ฟุต อาศัยอยู่ในบุรุนดี ชาวบ้านเชื่อกันว่ามันเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา และลือกันด้วยว่ามันกินคนไปแล้วถึง 300 คน ซึ่งน่าจะเกินจริงไปมาก และความพยายามที่จะจับตัวเจ้ากุสตาฟนั้นก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จระเข้ที่ว่ากันว่ามีอายุถึง 65 ปีตัวนี้ยังคงอาศัยอยู่ในแม่น้ำรูซีซีในประเทศบุรุนดีต่อไป
The Haunting in Connecticut (2009)
ภาพขวามือ: บ้านผีสิงในคอนเนคติกัท
เรื่องราวในภาพยนตร์: ครอบครัวแคมพ์เบลล์ย้ายไปอยู่ในรัฐคอนเนคติกัท เพื่อให้แมทท์ ลูกชายของพวกเขาได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่าบ้านหลังใหม่นี้เคยเป็นที่เก็บศพและมีวิญญาณร้ายสิงสู่อยู่
เรื่องจริง: แรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากเรื่องราวของครอบครัวพาร์คเกอร์ ซึ่งย้ายมายังรัฐคอนเนคติกัทในปี 1986 เพื่อให้พอล ลูกชายอายุ 14 ปีของครอบครัวเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง
แล้วในห้องใต้ดินของบ้านซึ่งเป็นห้องนอนของพอล พวกเขาเจออุปกรณ์รักษาศพซึ่งทำให้เดาได้ว่าบ้านหลังนี้เคยใช้เป็นห้องดับจิต ครอบครัวพาร์คเกอร์เล่าว่า พวกเขาได้พบกับปรากฏการณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ บางครั้งพื้นห้องก็เจิ่งนองไปด้วยเลือด บ้างก็ได้ยินเสียงที่หาต้นตอไม่ได้ บ้างก็เห็นเงาวูบวาบ ต่อมาพอลถูกอะไรบางอย่างสิงร่างจนทำให้เขาลงมือทำร้ายคนในครอบครัว พ่อแม่ของเขาจึงต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญมาทำพิธีไล่ผีในบ้าน
จบสำหรับหนังที่สร้างจากเรื่องจริง แต่กระนั้นก็ยังมีภาพยนตร์อีกมากมายซึ่งสร้างจากเรื่องจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งเร้นลับ ผี ปีศาจ รวมทั้งคดีฆาตกรรม ซึ่งใครมั่นใจว่าเรื่องไหนสร้างเรื่องจริงก็มาแสดงความคิดเห็นได้นะ
ที่มา: kapook.com